กฎของตัวเลข 72 หลักการง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเห็นพลังของการลงทุน

เคยสงสัยไหมว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเงินลงทุนของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า? “กฎของตัวเลข 72” หรือ “Rule of 72” เป็นหลักการคำนวณง่ายๆ ที่ช่วยตอบคำถามนี้ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขซับซ้อน เป็นเครื่องมือที่นักลงทุนนิยมใช้เพื่อประเมินความสามารถในการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

กฎของตัวเลข 72 คืออะไร?

กฎของตัวเลข 72 คือสูตรที่ใช้คำนวณจำนวนปีโดยประมาณที่ต้องใช้เพื่อให้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยใช้สมมติฐานว่าอัตราผลตอบแทนต่อปีคงที่ . สูตรมีดังนี้

จำนวนปีโดยประมาณ = 72 / อัตราผลตอบแทนต่อปี (%)

ตัวอย่างเช่น หากคุณลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี คุณสามารถคำนวณได้ว่าเงินลงทุนของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในเวลาประมาณ 9 ปี (72 / 8 = 9)

กฎของตัวเลข 72 ใช้งานอย่างไร?

กฎนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่กับเงินลงทุนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับหลายสถานการณ์ในชีวิตจริง

  1. การวางแผนการลงทุน ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หากกองทุน A ให้ผลตอบแทน 6% เงินของคุณจะโตเป็นสองเท่าใน 12 ปี (72 / 6 = 12) แต่ถ้ากองทุน B ให้ผลตอบแทน 9% เงินของคุณจะโตเป็นสองเท่าใน 8 ปี (72 / 9 = 8) คุณจะเห็นว่าผลตอบแทนที่ต่างกันเพียง 3% ทำให้ระยะเวลาการเพิ่มเป็นสองเท่าลดลงถึง 4 ปี
  2. การวางแผนเกษียณอายุ ใช้คำนวณเพื่อกำหนดเป้าหมายการออมและการลงทุนว่าต้องมีอัตราผลตอบแทนเท่าไหร่ถึงจะบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ในระยะเวลาที่ต้องการ
  3. การประเมินอัตราเงินเฟ้อ กฎนี้ยังสามารถใช้คำนวณได้ว่าเงินของคุณจะลดค่าลงเหลือครึ่งหนึ่งในกี่ปี หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคงที่ เช่น ถ้าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% เงินของคุณจะซื้อของได้น้อยลงครึ่งหนึ่งในเวลาประมาณ 24 ปี (72 / 3 = 24)

ที่มาของกฎของตัวเลข 72

กฎนี้มีที่มาจากผลการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า “ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)” โดยใช้สูตร

มูลค่าในอนาคต = มูลค่าปัจจุบัน * (1 + อัตราผลตอบแทน) ^ จำนวนปี

เมื่อเราต้องการให้มูลค่าในอนาคตเป็นสองเท่าของมูลค่าปัจจุบัน (2 = 1 * (1 + อัตราผลตอบแทน) ^ จำนวนปี) และนำมาใช้กับหลักการของลอการิทึมและประมาณค่า ทำให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียง 72 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลงตัวและง่ายต่อการคำนวณ จึงถูกนำมาใช้เป็นกฎพื้นฐานที่เข้าใจง่ายและสามารถคำนวณในใจได้

กฎของตัวเลข 72 เป็นเพียงการประมาณค่าเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการช่วยให้คุณเข้าใจพลังของดอกเบี้ยทบต้นและใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด