น้ำท่วมฉุกเฉิน! ชาวสามง่าม พิจิตร ติดเกาะ หลังถนนหลักมุดใต้น้ำ วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมที่อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ทำให้ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลรังนก เดือดร้อนหนัก หลังถนนสายหลักจมใต้น้ำ ขาดการคมนาคม

ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ต้องเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ หลังจากน้ำได้เอ่อท่วมถนนสายหลักในหมู่บ้าน ทำให้ชุมชนแยกตัวออกจากโลกภายนอกเกือบสิ้นเชิง

สถานการณ์หน้าน้ำ

ระดับน้ำที่ท่วมถนนสายหลักมีความลึกมากพอที่จะทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่คนเดินเท้าต้องลุยน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน แม้จะมีการติดตั้งป้ายเตือน “ระวังน้ำท่วม เส้นทางขาดรุด” แล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่แสดงสัญญาณของการดีขึ้น

สิ่งที่น่าวิตกยิ่งกว่าคือ ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องเร่งยกเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

ผลกระทบต่อชุมชน

ด้านการคมนาคม

  • รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้
  • การเดินทางไปทำงานและโรงเรียนลำบาก
  • การขนส่งสินค้าและบริการหยุดชะงัก

ด้านเศรษฐกิจ

  • ร้านค้าในชุมชนได้รับผลกระทบ
  • เกษตรกรไม่สามารถออกไปขายผลผลิตได้
  • ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น

ด้านสาธารณสุข

  • การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ลำบาก
  • ความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อจากน้ำ
  • ปัญหาน้ำดื่มและสุขอนามัย

ชุมชนช่วยเหลือตนเอง

ในสถานการณ์วิกฤติ ชาวบ้านได้รวมตัวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมีการแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และจัดระบบการเดินทางร่วมกันสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องออกนอกพื้นที่

คุณ Pasit Sukkasem ผู้ที่ให้ข้อมูลความเป็นไปในพื้นที่ เผยว่า ชุมชนกำลังร่วมมือกันดูแลและช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

เรียกร้องความช่วยเหลือ

ชาวบ้านร่วมกันเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งลงพื้นที่เพื่อ

เร่งด่วน

  • สำรวจความเสียหายและประเมินสถานการณ์
  • จัดหาเส้นทางการคมนาคมชั่วคราว
  • ส่งความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และยา

ระยะกลาง

  • แก้ไขระบบระบายน้ำในพื้นที่
  • ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับน้ำท่วม
  • จัดทำแผนรับมือภาวะฉุกเฉินในอนาคต

เรียกร้องจิตศรัทธา

ชาวบ้านขอเรียกร้องให้ผู้มีจิตศรัทธา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ประสานงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้น

หากสถานการณ์ไม่ได้รับการแก้ไข อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่และเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว


ข้อมูลที่มา: https://shortnews.in.th/phichit/636/